การทดสอบค่าความแข็ง (Hardness Test) จำเป็นไหม ?

886 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การทดสอบค่าความแข็ง (Hardness Test) จำเป็นไหม ?

       การทดสอบความแข็งของวัสดุ (Hardness Test) คือการวัดความสามารถจากการต้านทานต่อการเปลี่ยนรูปแบบถาวร รวมทั้งดูว่าทำให้เปลี่ยนรูปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทาง KDHEAT สามารถทดสอบได้หลายวิธี
       การวัดค่าความแข็งของวัสดุ ถือว่าเป็นค่าพื้นฐานที่สามารถชี้ให้เห็นคุณสมบัติโดยรวมของวัสดุนั้นๆได้สำหรับงานโลหะในงานอุตสาหกรรม เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีกระบวนการคัดสรรวัสดุสำหรับชิ้นงาน ความแข็งของวัสดุคือปัจจัยที่สำคัญในกระบวนการ ต้องใช้การทดสอบด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม และในทุกๆการทดสอบเป็นไปภายใต้ความควบคุมโดยทีมงานเคดีฮีทที่เชี่ยวชาญ
       จะเห็นว่า K.D.HEAT TECHNOLOGY ให้ความสำคัญกับการทดสอบความแข็งของวัสดุเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นกระบวนการที่เริ่มทำก่อนจะได้ข้อสรุปเรื่องวัสดุในชิ้นงานจริงเสียอีกผลของการทดสอบที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์และหาข้อสรุป ส่งผลไปในทางที่ดีให้ผู้ประกอบการสามารถหยิบวัสดุไปใช้งานในการผลิตได้อย่างเหมาะสมตามวัตถุประสงค์และการทำงานได้ในขั้นตอนต่อไปมีเปอร์เซ็นการเกิดความเสียหายน้อย รวมทั้งทำให้นำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย
       K.D. HEAT TECHNOLOGY THAILAND ทดสอบความแข็งสำหรับงานโลหะปัจจุบันเราได้เลือกใช้3 วิธีที่ได้รับความนิยม ดังนี้


1. Brinell Hardness Test
คือ วิธีการทดสอบค่าความแข็งของวัสดุที่ได้รับความนิยมมากและแม่นยำ บริษัทเคดีฮีทจึงเลือกมาใช้ในการทดงานชิ้นงานเพื่อให้มีมาตรฐานระดับสากล วิธีการวัดความแข็งแบบบริเนลล์จะใช้หัวลูกบอลเหล็กกล้าชุบ (ลูกบอลคาไบด์) กดลงไปบนพื้นผิวที่ต้องการวัดค่าความแข็ง ทิ้งไว้ซักพักแล้วดึงเอาแรงกดออก จากนั้นค่อยวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรอยที่ปรากฎบนพื้นผิว เพื่อนำไปคำนวณตามสูตรเฉพาะต่อไป


2. Rockwell Hardness test
คือ วิธีการทดสอบค่าความแข็งที่ใช้อุปกรณ์และเวลาไม่มากก็ทราบผล ในส่วนวิธีการนี้ก็จะมีการใช้หัวกด 2 รูปแบบ คือ เพชรทรงกรวย ไว้ใช้กับโลหะที่แข็งที่สุด และ ลูกเหล็กทรงกลม ไว้ใช้กับ โลหะทั่วไป ส่วนวิธีการทดสอบของบริษัทเคดีฮีทก็จะเริ่มจากใช้แรงกดทั่วไปจิ้มไว้ตรงตำแหน่งที่จะทดสอบก่อนจะลงด้วยแรงกดหลักตามมาตรฐานกำหนดไว้อีกครั้ง หลังจากนั้นทีมงานประเมินต่อว่า ความลึกบนวัสดุหลังถูกกดด้วยแรงกดคงที่มีมากน้อยแค่ไหน เพื่อหาค่าความแข็งของวัสดุให้มีความแม่นยำที่สุดต่อไป


3. Vicker Hardness Test/Micro Hardness
คือ วิธีการทดสอบค่าความแข็งของวัสดุที่คล้ายกับบริเนลล์ ใช้แรงกด เพื่อวัดรอยยุบบนวัสดุ แต่หัวที่กดลงบนผิวผิวจะต่างกัน วิกเกอร์จะเลือกใช้หัวกดแบบทรงเพชรปิรามิดฐานสี่เหลี่ยม แล้วใช้กล้องจุลทรรศน์สังเกตรอยกด ดูแนวเส้นทแยงมุม เรียกได้ว่าบริษัทเคดีฮีทจะทำการทดสอบค่าความแข็งของวัสดุในระดับไมโครเลยทีเดียว ซึ่งแรงกดในการวัดจะมีตั้งแต่ 10 gf ไปจนถึง 100 kgf เราจะคำนวนแรงในการกดของแต่ละชิ้นงาน 


       ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบแบบไหนล้วนต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการวัดค่าและต้องมีความแม่นยำ K.D. HEAT TECHNOLOGY มีขบวนการการตรวจสอบในทุกปัจจัย เพราะเพียงปัจจัยเล็กๆก็สามารถส่งผลต่อการผลิตได้ ดังนั้น ในการใช้เครื่องมือวัดความแข็ง จึงต้องค่อยควบคุมปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมผิววัสดุ ระยะเวลาที่ใช้ในการกด ความรวดเร็วในการกด อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อการทดสอบ จึงเป็นเหตุผลที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการทดสอบ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้