103 จำนวนผู้เข้าชม |
1. S45C (JIS G4051)
เหล็กคาร์บอนปานกลางที่นิยมใช้ผลิตเพลา เฟือง ลูกกลิ้ง และชิ้นส่วนเครื่องจักรทั่วไป
ค่าความแข็งหลังชุบ Induction :
• ประมาณ 50 - 58 HRC
จุดเด่น :
• ชุบแข็งได้ดี
• ต้นทุนไม่สูง
• นิยมใช้งานมากที่สุดในอุตสาหกรรม
ตัวอย่างการใช้งาน :
เพลา (Shaft), Pin, Roller, Sprocket
2. S50C (JIS G4051)
มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า S45C จึงให้ความแข็งได้มากขึ้น
ค่าความแข็งหลังชุบ Induction :
• ประมาณ 55 - 62 HRC
จุดเด่น :
• ทนการสึกหรอสูง
• เหมาะกับชิ้นส่วนรับแรงเสียดทาน
ตัวอย่างการใช้งาน :
Gear, Cam, Shaft, Machine Parts
3. SCM440 (JIS G4105)
เหล็กผสมโครเมียม-โมลิบดีนัม ให้ความแข็งแรงสูงและความเหนียวดี
ค่าความแข็งหลังชุบ Induction :
• ประมาณ 55 - 62 HRC
จุดเด่น :
• ทนแรงกระแทกสูง
• เหมาะกับงาน Heavy Duty
ตัวอย่างการใช้งาน :
Drive Shaft, Gear, Axle, Mold Components
4. SKD11
เหล็กเครื่องมือสำหรับงานแม่พิมพ์และชิ้นส่วนที่ต้องการความทนการสึกหรอสูง
ค่าความแข็งหลังชุบ :
• ประมาณ 58 - 64 HRC
จุดเด่น :
• ทนการสึกหรอสูงมาก
• อายุการใช้งานยาวนาน
ตัวอย่างการใช้งาน :
Punch, Die, Cutting Tool
หมายเหตุ :
SKD11 มักนิยมอบชุบแบบ Vacuum Hardening มากกว่าการชุบ Induction
5. SUJ2
เหล็กลูกปืนที่มีปริมาณคาร์บอนสูง
ค่าความแข็งหลังชุบ :
• ประมาณ 60 - 64 HRC
จุดเด่น :
• ความแข็งสูงมาก
• ทนต่อความล้าและการสึกหรอ
ตัวอย่างการใช้งาน :
Bearing Race, Roller, Precision Components
สรุป
หากต้องการความคุ้มค่าและใช้งานทั่วไป S45C และ S50C เป็นตัวเลือกที่นิยมมากที่สุด
หากต้องการความแข็งแรงและความทนทานสูงสำหรับงานอุตสาหกรรมหนัก SCM440 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
สำหรับงานที่ต้องการความแข็งสูงและทนการสึกหรอเป็นพิเศษ สามารถเลือกใช้ SKD11 หรือ SUJ2 ได้
ทั้งนี้ ค่าความแข็งที่ได้จริงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ ขนาดชิ้นงาน ความลึกการชุบ และเงื่อนไขการผลิตของแต่ละชิ้นงาน
หากต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการชุบแข็งด้วยระบบ Induction Hardening สามารถติดต่อทีมงานเพื่อประเมินชิ้นงานและเลือกกระบวนการที่เหมาะสมได้